พระที่นั่งเวหาสน์จำรูญ พระราชวังบางปะอิน

 

 

 


    พระราชวังบางปะอิน จังหวัดอยุธยา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งสำคัญ ที่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างเดินทางไปชม ศึกษา เรียนรู้ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ซึ่งถ้าจะดูให้ครบถ้วนจริงๆ อาจจะต้องไปศึกษาอย่างใกล้ชิดนานเป็นสัปดาห์เลยทีเดียวครับ

 

 


    ในพระราชวังแห่งนี้ มีพระที่นั่งองค์หนึ่ง เป็นที่รู้จักกันดี ด้วยเพราะรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกออกไป ทำให้ "พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ" หรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า "พระที่นั่งเก๋งจีน" กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของพระราชวังบางปะอินไปโดยปริยาย

 

 

 


    พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญนี้มีนามเป็นภาษาจีนว่า “เทียน หมิง เต้ย” (แปลว่า พระที่นั่งฟ้าสว่าง) พระยาโชฎึกราชเศรษฐี(ฟัก) ข้าราชการกรมท่าซ้าย เป็นนายงานสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ.2432 ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 10 ปี และเป็นพระที่นั่งองค์สุดท้ายที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 5  โดยมีหลวงสาทรราชายุกต์ (ยม พิศลยบุตร) และ หลวงโภคานุกุล (จื๋ว) เป็นผู้ควบคุมในการก่อสร้าง และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองแถม กรมหมื่นสรรพศาสตร์ศุภกิจ เป็นผู้ควบคุมดูแลการสร้าง และเมื่อพระที่นั่งสร้างเสร็จ รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ จัดให้มีพระราชพิธีเฉลิมขึ้นพระที่นั่งตามแบบจีนเมื่อวันที่ 27 - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2432  จุดประสงค์ในการสร้างถวายคือเพื่อใช้เป็นพระที่นั่งสำหรับประทับในฤดูหนาว พระที่นั่งนี้เคยใช้เป็นที่รับรองเจ้านายต่างประเทศหลาย คราวในสมัยรัชกาลที่ 5

 

 


 

 

 


    พระที่นั่งเวหาศจำรูญ เป็นพระที่นั่งสองชั้น ชั้นล่าง  ใช้เป็นห้องพระบรรทมพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะอยู่ทางทิศตะวันออกของพระที่นั่ง และใช้เป็นท้องพระโรง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ท้องพระโรงล่าง และท้องพระโรงบน โดยบริเวณทางขึ้นท้องพระโรงบนนั้นมีแผ่นหินอ่อนเป็นตราสัญลักษณ์ลัทธิเต๋า ของจีน รูปหยินหยางประดับไว้ มีพระราชอาสน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งอยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวยังโปรดเกล้าฯ ให้คัดลอกแผ่นป้ายคำโคลงสรรเสริญข้าราชการที่ทำคุณความดี 9 บท 17 แผ่นป้าย มาประดับไว้ด้วย ส่วนท้องพระโรงบนนั้น เป็นห้องประชุมเสนาบดี และใช้เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 โดยมีการตั้งป้าย 8 เหลี่ยมซึ่งเขียนเป็นภาษาจีนว่า "เทียน หมิง เต้ย" อันเป็นนามแห่งพระที่นั่ง และคำว่า "ว่าน ว่าน ซุย" ซึ่งแปลว่า ทรงพระเจริญหมื่น ๆ ปี และที่เพดานท้องพระโรงมีอักษรไทยที่เขียนเลียนแบบอักษรจีนเป็นคำว่า "กิม หลวน เต้ย" ซึ่งแปลว่า โอรสจากสวรรค์

 

 

 

 


    
    ในขณะที่ชั้นบนของพระที่นั่งเวหาศจำรูญ ประกอบด้วย 4 ห้องใหญ่ ได้แก่ ห้องบรรทมสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ห้องบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ห้องทรงพระอักษร และห้องพระป้าย


    สำหรับ ความสำคัญของห้องทรงพระอักษรนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6 ทรงใช้เป็นที่ทรงพระอักษร พระราชนิพนธ์บทละครคำฉันท์เรื่องที่เยี่ยมที่สุดในประเทศไทยเรื่องหนึ่งคือ "มัทนะพาธา" หรือที่ถูกเรียกขานกันว่า "ตำนานรักดอกกุหลาบ" นั่นเอง

   


    ส่วนห้องพระป้ายนั้น อยู่ติดกับห้องทรงพระอักษรเป็นที่ประดิษฐานพระวิมาน 3 องค์ติดต่อกัน เรียงจากทิศตะวันตก ไปตะวันออก ทำด้วยไม้แกะสลักลวดลายต่าง ๆ ลงรักปิดสีทองอร่าม


        ช่องตะวันตกเป็นสถานที่ประดิษฐานพระป้ายจารึก (อักษรจีน) พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระนามาภิไธย สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี สมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 4 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2433
    

    ช่องกลางเป็นสถานที่ประดิษฐาน พระพุทธรูป ในการประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย
 

 



     ช่องตะวันออกเป็นสถานที่ประดิษฐานพระป้ายจารึก(อักษรจีน) พระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระนามาภิไธย สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2470


    นอกจากนี้ เสาด้านหน้าพระวิมานได้แขวนป้ายสุภาษิตจีนได้ โดยด้ายซ้ายแปลว่า "ในหมู่ชนจะหาความสามัคคีธรรมเสมอพี่น้องได้ยาก" และด้านขวา แปลได้ว่า "ในใต้หล้าจะหาความผิดในพ่อแม่ไม่มี"


    ทั้งนี้ ยังมีห้องอีก 2 ห้อง ได้แก่ ห้องบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และห้องบรรทมสมเด็จพระบรมราชินีนาถ โดยห้องบรรทมสมเด็จพระบรมราชินีนาถนั้น ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของพระที่นั่ง ภายในมีพระแท่นบรรทม 2 องค์ สำหรับทรงใช้ในฤดูร้อนและฤดูหนาว เพดานเหนือพระแท่นมีการแกะสลักลายมังกรดั้นเมฆ ซึ่งหมายถึง พระมหากษัตริย์ที่คอยปกป้องคุ้มครองพระมเหสี

 

Bang Pa-in Palace in Ayutthaya Province is another important tourist attraction that Thai and foreign visitors come to travel, study, and understand Thai architecture and history. In this palace, the well-known throne room is "Wehart Chamrunt", or called “Chinese-Style Royal Palace and Throne Room" due to its unique architectural design, a highlight of Bang Pa-in Palace.

Wehart Chamrunt Throne Palace is called in Chinese as “Tian Ming Toei” (meaning Heavenly Light Sky). Phraya Chotuek Ratchasetthi (Fak), government official of Tha Sai Department, is a project leader of this construction to King Rama 5 in 1889 and spent 10 years for construction. This is the last constructed throne palace in King Rama 5’s era. It is located in the east side of throne palace, and used as throne hall which can be separated into two zones: lower throne hall and upper throne hall. At the upper part of Wehart Chamrunt Throne Palace, it consists of 4 large rooms which are the Queen’s bedroom, the King’s bedroom, working room and signage room.

View 2,825
Comments